พูดถึงย่านอโศกเป็นย่านที่จะเต็มไปด้วยสีสัน เพราะไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เจอทั้งห้าง ที่ท่องเที่ยว และที่สำคัญก็ยังมีร้านอาหารมากมาย แต่ถ้าจะให้มองหาร้านอาหารไทยดีๆสักที่ ที่เป็นเหมือนแหล่งรวบรวมของอาหารไทย 4 ภาค และที่สำคัญยังมาพร้อมกับบรรรยากาศสุดหรูและทันสมัย วันนี้ Hungry Hub จะขอพาไป รีวิว Basil at Sheraton Grande Sukhumvit หนึ่งในร้านอาหารไทยชื่อดัง ที่ถูกใจทั้งคนไทยและต่างชาติ ไปดูกันว่าจะเป็นยังไงกันบ้าง
รีวิว Basil at Sheraton Grande Sukhumvit

สำหรับ Basil เป็นร้านอาหารไทยที่อยู่ชั้น 1 ของโรงแรม Sheraton Grande Sukhumvit ซึ่งสามารถเดินทางจาก BTS สายสีเขียวมาลงที่สถานีอโศก แล้วเดินผ่าน Skywalk เข้ามายังภายในโรงแรม หรือจะนั่ง MRT สายสีน้ำเงินมาลงที่สถานสุขุมวิท แต่ถ้าเกิดใครที่เดินทางมาด้วยรถส่วนตัวสามารถนำมาจอดภายในโรงแรมได้เช่นเดียวกัน

เมื่อเข้ามาแล้วจะพบกับบรรยากาศที่ผสมผสานระหว่างกลิ่นอายของความเป็นไทยและความโมเดิร์น โดยก็ได้มีการรีโนเวทครั้งหนึ่งในช่วงประมาณ 2018 โทนสีหลักๆนั้น จะเป็นน้ำตาลลายไม้ รอบๆข้างนั้นก็จะมีของตกแต่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟ แจกันแบบไทยๆ ดอกไม้ประดับ ที่ให้ความรู้สึกที่หรูหราเหมาะสำหรับการมากับครอบครัว หรือ ว่าคนรู้ใจ

ในด้านของเมนูอาหารนั้นจะเน้นคอนเซปต์อาหารไทย ที่ในหลายๆเมนูนั้นจะเป็นเมนูที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว หรือในบางเมนูนั้นก็จะเป็นเมนูแบบคลาสสิก ที่ถูกนำมาปรับใหม่ตามยุคสมัยให้มีความโมเดิร์นเข้ากับรสชาติของคนไทยและชาวต่างชาติมากขึ้น ซึ่งได้มีการรังสรรค์โดยเชฟชั้นเลิศของทางโรงแรม นอกจากนี้ในแต่ละเมนูก็จะมีการเลือกใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนได้เป็นอย่างดี

เมนูแนะนำของที่นี้นั้นถือว่ามีให้เลือกค่อนข้างเยอะพอสมควร ซึ่งเมนูแรกนั้นก็ขอเริ่มต้นกันด้วย ส้มตำกุ้งย่าง (Som Tum Koong Yang) ที่นำความจัดจ้านของส้มตำไทยมาปรับใหม่ให้พรีเมียมมากขึ้น ด้วยการเลือกใช้กุ้งแม่น้ำย่างตัวโตๆ แทนการใช้กุ้งแห้งตามปกติ ด้วยรสชาติที่มันของกุ้งย่าง และ ความแซ่บของส้มตำ เมื่อทานคู่กันนั้นจึงกลายเป็นรสชาติที่เข้ากันแบบสุดๆ

ต่อมาเลยเอาใจสายเนื้อกันสักหน่อยกับ พล่าเนื้อมะเขืออ่อน (Plar Nua) เมนูพล่าที่เลือกใช้เนื้อส่วนริบอาย (Ribeye) นำมาย่างให้สุกกำลังพอดี ปรุงด้วยน้ำปรุงเบสสามรสและพริกเผาสูตรเด็ดของทางร้าน แต่ที่พิเศษเลยก็คือการเลือกใช้มะเขือเปราะเจ้าพระยาไปสไลด์แบบบางๆ แล้วแช่น้ำแข็งจนเย็นจัดเพื่อให้ได้ความกรอบ เวลาทานด้วยกันแต่ละวัตถุดิบจะช่วยชูรสชาติของกันและกัน

มากินอาหารไทยทั้งที จะขาดเมนูแกงไปได้ยังไง งั้นก็พลาดไม่ได้ที่จะพูดถึงเมนูนี้ แกงเผ็ดเป็ดย่างซูวี (Gaeng Phed Ped Yang) เป็นเมนูที่แสดงให้เห็นถึงความพิถีพิถันขั้น เพราะเชฟเลือกเนื้อเป็ด นำไปซูวี (Sous-vide) ที่อุณหภูมิ 64 องศาเซลเซียสนานถึง 2 ชั่วโมงเพื่อให้เนื้อมีความนุ่มชุ่มฉ่ำ แบบ Juicy ก่อนจะนำไปจี่ให้หนังกรอบ ส่วนตัวของน้ำแกงนั้นใช้สับปะรดศรีราชาที่มีรสหวานอมเปรี้ยว ผสมผสานกับกลิ่นหอมเฉพาะตัวจากเนื้อและน้ำลิ้นจี่ พร้อมด้วยองุ่นและมะเขือเทศราชินีที่ทำให้รสชาติมีความซับซ้อนและนุ่มนวลอย่างหาตัวจับยากเลยทีเดียว

ปิดท้ายกันด้วยของหวานที่ไม่มีใคร ไม่รู้จักกันอย่างแน่นอนกับ ขนมเปียกปูน แต่ไม่ได้เสิร์ฟแบบธรรมดา เพราะว่าของที่นี่นั้นจะเป็นขนมเปียกปูนกระทิสด (Pieakpoon Kati Sod) ที่ทำมาให้มีความหรูหรามากขึ้น ด้วยการเพิ่มทองคำแผ่นตกแต่งเข้าไปด้วย
และนี้ก็คือ รีวิว Basil at Sheraton Grande Sukhumvit ที่ก็ต้องบอกก่อนว่านี้ยังเป็นเพียงแต่ส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะว่ายังมีเมนูอาหารไทยอีกมากมายที่รอให้ไปลิ้มลอง ที่สำคัญยังมีโปรโมชั่นพิเศษจาก Hungry Hub ทั้งแบบบุฟเฟต์ รวมไปถึงแบบเป็นเซ็ตเมนู ในราคาเริ่มต้นเพียง 650 บาทเท่านั้น ใครอยากชวนเพื่อน คนรู้ใจ หรือว่าครอบครัวไปทาน บอกได้เลยว่าที่นี่ไม่ควรพลาดเลย



