เมื่อ 19 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา Copper Beyond Buffet ฉลอง 9 ปี กับงาน Copper 9th Anniversary Beyond The Stars A Michelin Odyssey ซึ่งถือว่าเป็นการเดินทางครั้งใหม่ของร้านอาหารบุฟเฟต์นานาชาติชื่อดังของประเทศไทย บนเส้นทางความสำเร็จกว่า 9 ปี พร้อมกับเตรียมตัวรุกครั้งยิ่งใหญ่ กับโปรเจคใหม่ที่จะเตรียมจับมือกับ 2 แบรนด์ชั้นนำของไทยที่มีชื่อเสียงไกลระดับโลก ผ่านเมนูสุดพิเศษระดับเชฟมิชลินสตาร์ เผื่อขยายฐานลูกค้าไปสู่ชาวต่างชาติมากยิ่งขึ้น

โดยภายในงานเแลิมฉลองนั้น พจนีย์ พินิจศักดิ์กุล ประธานกรรมการบริหารคอปเปอร์ บียอนด์ บุฟเฟต์ ได้กล่าวว่า “คอปเปอร์ บียอนด์ บุฟเฟต์ (Copper Buffet) สาขาแรกที่ศูนย์การค้า The Sense ปิ่นเกล้า ก่อตั้งขึ้นในปี 2559 ด้วยไอเดียของคุณพ่อ ที่ต้องการหาแรงดึงดูดใหม่ เพื่อดึงทราฟฟิกให้กับทางศูนย์การค้า ด้วยความที่ครอบครัวชอบกินอาหารบุฟเฟต์โรงแรม และร้านอาหารญี่ปุ่น เราจึงมีความตั้งใจที่ปลุกปั้นร้านอาหารบุฟเฟต์ โดยรวมทั้งสองความชอบไว้ด้วยกัน พร้อมยกระดับประสบการณ์สุดพรีเมียม ผ่านคุณภาพของอาหารและบริการที่ฉีกกรอบจากร้านอาหารบุฟเฟต์ทั่วไปในตลาด พร้อมแก้ Pain Point ของกลุ่มลูกค้าในย่านปิ่นเกล้า ที่ยังไม่มีร้านอาหารบุฟเฟต์พรีเมียมเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภค”

ด้วยความที่เราเป็นแบรนด์ร้านอาหารน้องใหม่ ฐานลูกค้ายังไม่มาก แถมยังโฟกัสเรื่องคุณภาพของอาหารและวัตถุดิบแบบจัดเต็ม เพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่ๆ ทำให้ช่วงปีแรกที่เปิดตัว เราขาดทุนทุกเดือน หนักสุด คือ เดือนละล้าน แต่เราไม่ท้อ เพราะด้วยเป้าหมายที่คุณพ่อมองว่า เราเปิดร้านอาหาร เพื่อดึง ทราฟฟิกเข้าศูนย์การค้าต่อให้เราจะขาดทุน เพราะตั้งใจมอบประสบการณ์ในมื้ออาหารที่ดีที่สุดให้ลูกค้าก็คุ้มค่าหากเทียบกับการที่เราต้องเอางบไปลงกับการตลาดหรือการจัดอีเวนต์ ซึ่งหลังจากใช้เวลาร่วม 2 ปี ค่อยๆสร้างชื่อ สั่งสมประสบการณ์ และคอนเนกชันจนฐานลูกค้าค่อยๆเพิ่มจากหลักพันเป็นหลักหมื่นต่อเดือน ทำให้เรามี Economies of Scale สามารถบริหารต้นทุนวัตถุดิบได้ดีขึ้น และมีพาร์ตเนอร์ที่เข้ามาสนับสนุน หนึ่งในนั้น คือ Hungry Hub แพลตฟอร์มจองร้านอาหารชั้นนำของประเทศไทย ที่มาช่วยเรื่องระบบจองคิว ทำให้เราสามารถแก้ปัญหาการจองคิวแบบเดิมๆ ที่ใช้ระบบแมนนวล ซึ่งอาจจะเกิดการตกหล่น ผิดพลาด หรือ บางครั้งลูกค้าจองคิวแล้วไม่มาใช้บริการ ทำให้เสียโอกาสในการรับลูกค้า

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่สร้างความโดดเด่นและประสิทธิภาพในการบริหารธุรกิจ คือ การปฏิวัติวงการบุฟเฟต์ที่มักให้ลูกค้าไปตักอาหารมารับประทานเอง มาเป็นการสั่งอาหารผ่าน Order Station แล้วให้พนักงานมาเสิร์ฟ นอกจากจะทำให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ทานอาหารที่สะดวกสบาย ยังได้ลิ้มรสชาติอาหารที่ปรุงสดใหม่ แบบจานต่อจาน ช่วยลดขยะอาหาร และสามารถนำข้อมูลการสั่งอาหารของลูกค้า ไปวิเคราะห์ เพื่อหาอินไซต์ ศึกษาว่าเมนูเป็นเมนูยอดนิยม เมนูไหนไม่ได้รับความนิยมควรเปลี่ยนออก ยังทำให้สามารถบริหารจัดเตรียมวัตถุดิบได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย ด้วยปัจจัยทั้งหมดนี้ บวกกับ เมื่อมีฐานลูกค้าที่มากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ธุรกิจเริ่มมี Economies of Scale สามารถพลิกธุรกิจกลับมาทำกำไร และเติบโตขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ทั้งในแง่จำนวนลูกค้าและรายได้

และถ้าหากย้อนกลับไปเมื่อปีที่ผ่านมา หนึ่งในก้าวหน้าสำคัญของ Copper Beyond Buffet คือ การตัดสินใจขยายสาขาครั้งแรกในรอบ 8 ปี ไปยังศูนย์การค้า Gaysorn Amarin เป้าหมายหลักก็เพื่อติดปีกให้ Copper Beyond Buffet สามารถขยายฐานลูกค้าไปเจาะกลุ่มชาวต่างชาติมากขึ้น โดยคุณพจนีย์ ยังกล่าวไว้อีกว่า การขยายสาขาในครั้งนี้เพื่อตอกย้ำหมุดหมายใหม่ของแบรนด์ ในการไปสู่ Best International Buffet in Southeast Asia หรือ สุดยอดบุฟเฟต์นานาชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยหลังจากเปิดตัวไป ก็ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี ในปี พ.ศ. 2567 ที่ผ่านมา Copper Beyond Buffet ทั้งสองสาขามีรายได้รวมอยู่ที่ราว 800 ล้านบาท มีอัตราการจอง (Occupancy Rate) อยู่ที่ 70% และ มีสัดส่วนลูกค้าไทยอยู่ที่ 65% และลูกค้าชาวต่างชาติ 35%

ทั้งนี้เพื่อเป็นการฉลองการก้าวสู่ปีที่ 9 ของ Copper Beyond Buffet ตั้งใจสร้างมิติใหม่ให้วงการบุฟเฟต์อีกครั้ง ด้วยการ Collaboration ร่วมมือกับสองแบรนด์ดังชื่อดังระดับโลก อย่าง “สก็อตรังนก” ผู้นำด้านตลาดรังนกแท้จากธรรมชาติ และ “ชาตรามือ” ผู้นำตลาดของชาไทยและเครื่องดื่ม พร้อมเชิญสองเชฟมิชลินชื่อดัง อย่าง เชฟไฮเคิล โจฮาริ เชฟมิชลิน 1 ดาว จากร้าน AVANT และเชฟแท็ป ศุภสิทธิ์ ก๊กผล เชฟมิชลิน 1 ดาว จากร้าน CODA Bangkok มาร่วมรังสรรค์เมนูสุดพิเศษมากกว่า 20 เมนู โดยนอกจากจะสร้างประสบการณ์ระดับไฟน์ไดนิ่ง เพื่อตอกย้ำความพิเศษของการ Collaboration ครั้งแรกของแบรนด์ ยังมีการนำวัตถุดิบไฮไลต์ของทั้งสองแบรนด์ มารังสรรค์ใหม่ ร่วมกับวัตถุดิบคุณภาพสูงและเป็นที่นิยมของคนทั่วโลก ด้วยเทคนิคการปรุงขั้นสูง และเสิร์ฟทุกเมนูในรูปแบบของไฟน์ไดนิ่ง จนเป็นเมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟทั้งเมนูอาหารคาว ของหวาน และเครื่องดื่มแบบไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน

พร้อมเปิดตัว 4 พาร์ตเนอร์ที่จะมาร่วมขับเคลื่อนความสำเร็จไปกับ Copper Beyond Buffet ได้แก่ S-Pure แบรนด์ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์และอาหารเกรดพรีเมียม อันดับ 1 Foodiva บริษัทผู้นำเข้าเนื้อเกรดพรีเมียมที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย Qfresh ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารทะเล ภายใต้บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และ Hungry Hub แพลตฟอร์มจองร้านอาหาร ที่ใหญ่และมีเครือข่ายมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ที่นำทีมโดยสุรสิทธิ์ สัจจะเดว์ CEO ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
และทั้งนี้ คุณพจนีย์ยังได้กล่าวทิ้งท้ายไว้อีกด้วยว่า ในส่วนของการขยายสาขาเพิ่มเติม ณ ตอนนี้ ยังรอจังหวะและโอกาสที่เหมาะสม เพราะด้วยโมเดลร้าน และคอนเซ็ปต์ของ Copper Beyond Buffet ต้องคำนึงถึงหลายปัจจัย โจทย์สำคัญคือ หากการขยายสาขาแล้วทำให้เราต้องลดคุณภาพ เรายอมมีสองสาขาดีกว่า เพราะแบรนด์ของเราขับเคลื่อนด้วยคุณภาพของโปรดักต์ ปัจจุบันเรานิยามตัวเองว่าเป็นธุรกิจขนาดกลาง ที่เติบโตแบบธุรกิจขนาดกลางที่เติมโตแบบธุรกิจครอบครัว ค่อยๆ ขยายฐานลูกค้า เพื่อพิชิตเป้าหมาย 1,000 ล้าน พร้อมเดินหน้าสู่การเป็น Best International Buffet in Southeast Asia แม้จะเป็นเส้นทางที่ท้าทาย แต่เราเชื่อว่าด้วยศักยภาพของแบรนด์ที่เราสั่งสมมาตลอด 9 ปี ความมุ่งมั่นตั้งใจของทีมงานที่มีความแข็งแกร่ง เราจะสามารถพิชิตเป้าหมายนี้ได้แน่นอน

ส่วนใครที่อยากสัมผัมกับประสบการณ์อร่อยสุดประทับใจ ต้อนรับ Copper Beyond Buffet ฉลอง 9 ปี ในปลายเดือนมีนาคม ก็ได้เปิดจองรอบพิเศษที่ให้อิ่มอร่อยแบบไม่อั้นตลอดทั้งเดือนเมษายน กับรอบจอง 1-30 เมษายน 2568 พร้อมกับเมนูบุฟเฟต์นานาชาติมากมาย และเมนูพรีเมียมเทียบเท่าระดับไฟน์ไดนิ่ง ที่เปิดให้จองแล้วผ่าน Hungry Hub พร้อมกับเมนูพิเศษในทุกแพ็กเกจอีกด้วย
สามารถติดตามโปรโมชั่น ที่ไม่ควรพลาดได้ที่ Facebook : Hungry Hub แอปจองมื้อพิเศษอันดับ 1 ของไทย
อ่านบทความอื่นๆที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่นี่