สุดสัปดาห์นี้ถ้ายังคิดไม่ออกว่าจะไปฉลองโอกาสพิเศษที่ไหนดี หรืออยากพาคนรัก พาครอบครัว ไปจนถึงเพื่อนชาวต่างชาติไปเปลี่ยนบรรยากาศเปิดหูเปิดตา อยากให้ลองแวะมาเช็คอินที่นี่เลย ศาลา ละคร หรือ Sala Lakorn แลนด์มาร์กใหม่แกะกล่องริมแม่น้ำเจ้าพระยาในโรงแรม อนันตรา ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ รีสอร์ท ความพิเศษที่ทำให้ที่นี่ไม่เหมือนใครคือการที่เขาจับเอาอาหารบุฟเฟ่ต์ซีฟู้ดระดับพรีเมียมมารวมเข้ากับการแสดงวัฒนธรรมร่วมสมัยระดับเวิลด์คลาส ท่ามกลางบรรยากาศโอเพ่นแอร์รับลมเย็นๆ ริมน้ำ บอกเลยว่าลงตัวและเพลินมาก
Sala Lakorn ที่สุดของบุฟเฟต์นานาชาติ สไตล์กึ่งโรงละครริมแม่น้ำเจ้าพระยา


ห้องอาหารตั้งอยู่บริเวณชั้น G ฝั่งซ้ายมือริมแม่น้ำของโรงแรม อนันตรา ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ รีสอร์ท บนถนนเจริญนคร ฝั่งธนบุรี การเดินทางมาที่นี่ทำได้ง่ายและสะดวกมาก ถ้าใครชอบความโรแมนติกและอยากเลี่ยงรถติด แนะนำให้เปิดประสบการณ์ด้วยการนั่งรถไฟฟ้า BTS มาลงที่สถานีสะพานตากสิน จากนั้นเดินต่อมาอีกนิดที่ท่าเรือสาทรเพื่อขึ้นเรือ Shuttle Boat รับส่งส่วนตัวของทางโรงแรม นั่งรับลมเย็นๆ ดูวิวเมืองสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาแปบเดียวเรือก็พามาส่งถึงท่าเรือของโรงแรมเลย ได้บรรยากาศเก๋ๆ ไปอีกแบบ
สำหรับใครที่สะดวกขับรถส่วนตัวมาเองก็ลัดเลาะมาตามถนนเจริญนครได้เลย ทางโรงแรมมีอาคารจอดรถขนาดใหญ่รองรับไว้อย่างกว้างขวาง ปลอดภัย และจอดได้สบายๆ พอขับเข้ามาถึงก็สามารถเลี้ยวเข้าอาคารจอดรถได้ทันที หรือถ้าวันไหนแต่งตัวจัดเต็มไม่อยากเดินไกล ทางโรงแรมก็มีบริการรับบัตรวาเล่ต์คอยนำรถไปจอดให้ที่หน้าประตูทางเข้าหลักด้วย ที่สำคัญคืออย่าลืมพกบัตรจอดรถติดตัวลงไปด้วยเพื่อนำมาแสตมป์ที่ห้องอาหาร เท่านี้ก็จอดฟรีได้ยาวๆ ตลอดทั้งคืนแล้ว
จัดเต็มไลน์บุฟเฟ่ต์ ทั้งซีฟู้ดสดๆ และ BBQ ควันฉุย


พอเดินเข้ามาในร้านปุ๊บ สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือลมแม่น้ำโชยมาพร้อมกับกลิ่นหอมของบาร์บีคิวที่เชฟกำลังย่างสดๆ ชวนให้หิวทันที เรื่องอาหารที่นี่จัดเต็มมากสำหรับสายกิน เริ่มต้นด้วยโซน Seafood on Ice ที่ยกทะเลมาไว้ริมน้ำ ทั้งก้ามปูม้าหวานๆ กุ้งเนื้อเด้ง และหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ตัวโต ทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดจ้านสะใจ
ถัดมาใกล้ๆ กันเป็นสเตชั่น Live Cooking & BBQ ที่ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย เชฟจะคอยย่างสเต็กเนื้อนุ่มๆ และกุ้งแม่น้ำเผาตัวโตๆ เสิร์ฟให้ทานกันแบบร้อนๆ ควันฉุยจานต่อจาน แถมยังมีมุมอาหารญี่ปุ่นที่มีซาชิมิแซลมอนสดใหม่ เมนูอาหารไทยดั้งเดิมอย่างผัดไทยรสเข้มข้น และปิดท้ายด้วยขนมหวานที่มีให้เลือกละลานตาจนต้องเผื่อท้องไว้ดีๆ เพราะของกินเยอะมากจริงๆ


“The Eternal Siam” มหาโชว์ร่วมสมัยที่สนุกจนลืมเวลา
ทานอาหารไปได้สักพัก พอถึงเวลาหนึ่งทุ่มตรง แสงไฟรอบๆ จะเริ่มสลัวลง เป็นสัญญาณว่าโชว์ไฮไลท์อย่าง “The Eternal Siam” กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว การแสดงความยาว 1 ชั่วโมงเต็มนี้ได้ ครูนาย-มานพ มีจำรัส ศิลปินรางวัลศิลปาธรมาดีไซน์และควบคุมการผลิตให้ทั้งหมด
เนื้อหาเป็นการหยิบเอาเรื่องราวความรุ่งเรืองของสยามตั้งแต่อดีตจนถึงวิถีชีวิตในปัจจุบัน มาเล่าใหม่ในมุมมองแบบร่วมสมัย ผสมผสานกับเทคนิค แสง สี เสียง และเอฟเฟกต์แบบสากล ทำให้ดูสนุก ตื่นตาตื่นใจ และไม่น่าเบื่อเลย ที่สำคัญคือนักแสดงจะเดินลงมาทักทายและชวนร่วมสนุกด้วย ทำให้บรรยากาศในร้านครึกครื้นและเป็นกันเองสุดๆ
แพ็กเกจสุดคุ้มและทริคการจองให้สบายกระเป๋า

แอบกระซิบว่าถ้าเดินดุ่ยๆ ไปหน้าร้านเลยอาจจะต้องจ่ายราคาเต็ม แต่ถ้ากดจองล่วงหน้าผ่านแอป Hungry Hub บอกเลยว่าราคาดีต่อใจและเซฟเงินในกระเป๋าไปได้เยอะมาก เพราะเขามีแพ็กเกจพิเศษที่เลือกได้ตามสไตล์ที่ชอบ แถมเป็นราคาเน็ตสุทธิที่รวมทุกอย่างไว้หมดแล้ว ไม่มีบวกอะไรเพิ่มให้ปวดหัว แถมยังนั่งทานอาหารและชมโชว์ได้ยาวๆ ถึง 3 ชั่วโมงเต็มอีกด้วย
สำหรับสายชิลเน้นกินดื่มแบบสบายๆ แนะนำแพ็กเกจ International Dinner Buffet and Thai Performance ที่รวมเครื่องดื่ม Soft Drinks แบบฟรีโฟลว์เติมได้ไม่อั้น ราคาลดเหลือเพียงแค่ 1,500 บาทต่อคนเท่านั้นเอง แพ็กเกจนี้ก็จัดเต็มอาหารนานาชาติแบบจุกๆ แล้ว มีทั้งสเตชั่นคาร์วิ่งที่มีสเต็กเนื้อแองกัสย่างให้ทาน โซนอาหารอินเดียเข้มข้นอย่างไก่ทิกก้าทานคู่กับนานกระเทียมร้อนๆ รวมถึงเมนูเด็ดสไตล์สตรีทฟู้ดอย่างไข่เจียวปูฉ่ำๆ และส้มตำรสแซ่บที่สั่งได้ตลอด เรียกว่าทานไปดูโชว์ไปได้เพลินสุดๆ
แต่ถ้าอยากอัปเกรดค่ำคืนริมแม่น้ำให้ชิลขั้นสุดและโรแมนติกขึ้นไปอีกระดับ เขาก็มีแพ็กเกจเอาใจสายดื่มที่เปลี่ยนเครื่องดื่มเป็นแบบ Free Flow Alcohol จัดเต็มได้แบบไม่อั้นในราคา 1,990 บาทต่อคน ซึ่งลดราคาลงมาจากราคาเต็มเกินครึ่งเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเลือกแพ็กเกจไหนก็ถือว่าคุ้มค่าน่าลองมาก แนะนำให้กดล็อกวันและเวลาผ่านแอปไว้เนิ่นๆ จะได้เลือกจองโต๊ะมุมดีๆ ที่เห็นเวทีและวิวแม่น้ำได้ชัดที่สุด

ห้องอาหารเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลาหกโมงเย็นถึงสี่ทุ่ม แนะนำให้ไปถึงตั้งแต่ร้านเปิดช่วงหกโมงหรือหกโมงครึ่ง จะได้มีเวลาตักอาหารรอบแรกมานั่งทานชิลๆ ถ่ายรูปวิวแม่น้ำกับแสงเย็นสวยๆ ก่อนที่โชว์จะเริ่มตอนทุ่มตรงพอดี
ส่วนเรื่องการแต่งกาย ด้วยความที่เป็นที่นั่งรับลมธรรมชาติริมน้ำ ในคืนที่อากาศนิ่งๆ อาจจะแอบอ้าวเล็กน้อย แนะนำให้แต่งตัวสไตล์ Smart Casual ที่ใช้ผ้าเนื้อโปร่งเบาสบาย ระบายอากาศได้ดี จะทำให้นั่งทานและดูโชว์ได้แบบฟินที่สุด ถ้าอยากเปลี่ยนมื้อค่ำเดิมๆ ให้มีสีสัน ได้ทั้งอิ่มท้องและอิ่มใจ ศาลา ละคร ตอบโจทย์แน่นอน



