เดือนมีนาคมแล้ว มีคนไปกินบุฟเฟต์หรือยัง? ถ้ายังไม่มีได้เวลาแล้วที่จะพาคนรู้ใจได้เวลาไปจัดหนักกับบุฟเฟต์ ในราคาสุดพิเศษ ที่มาแค่สองคนก็ได้จ่ายในราคาพิเศษ กับ 12 โปรร้านอาหาร มา 2 จ่าย 1 มีนาคม 2569 รวมโปรร้อนแรง รับหน้าร้อน ที่ไม่ว่าจะเป็นบุฟเฟต์นานาชาติ ในโรงแรมแรม ไปจนถึงโอมากาเสะ ก็ขนมากันครบ จะมีร้านไหนน่าโดนกันบ้างไปดูกันได้เลย!!
12 โปรร้านอาหาร มา 2 จ่าย 1 มีนาคม 2569
1. JW Café at JW Marriott Hotel Bangkok
เฉลี่ยเริ่มต้น 496 บาท/ท่าน
“บุฟเฟต์นานาชาติระดับตำนานที่เปลี่ยนภาพจำ ‘ก๋วยเตี๋ยวเรือ’ ให้กลายเป็นมื้อหรูด้วยเนื้อวากิวพรีเมียม” เดินตักกองทัพซีฟู้ดทั้งปูหิมะและหอยนางรมสดๆ ได้ไม่อั้นตลอด 3 ชั่วโมง แต่ไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้จริงๆ คือโซนคาร์วิ่งที่มีเนื้อวากิวอบชิ้นโตและซี่โครงแกะนุ่มๆ รอให้เชฟแล่เสิร์ฟร้อนๆ ปิดท้ายด้วยข้าวเหนียวมะม่วงชื่อดังที่หวานมันกำลังดี เป็นการทานบุฟเฟต์ในบรรยากาศที่เรียบหรูแต่อบอุ่น เหมาะกับการมาฉลองโอกาสพิเศษให้รางวัลตัวเองสุดๆ
-
พิกัด: ชั้น 2 โรงแรม JW Marriott Hotel Bangkok — 4 ถนนสุขุมวิท ซอย 2 เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 (ใกล้ BTS เพลินจิต/นานา)
-
เวลาเปิด–ปิด: 06:00 – 10:30 (มื้อเช้า), 11:30 – 14:30 (มื้อกลางวัน), 17:30 – 22:30 (มื้อเย็น)
-
ที่จอดรถ: จอดภายในโรงแรม JW Marriott ได้ (นำบัตรมาประทับตราที่ห้องอาหารได้ฟรี)
2. Orchid Cafe at Sheraton Grande Sukhumvit A Luxury Collection Hotel
เฉลี่ยเริ่มต้น 970 บาท/ท่าน
“บุฟเฟต์นานาชาติระดับตำนานที่ขึ้นชื่อเรื่องความสดของ ‘กองทัพซีฟู้ดออนไอซ์’ และขาปูยักษ์ที่วางเรียงรายให้ตักได้แบบสะใจ” สัมผัสรสชาติพรีเมียมของซี่โครงแกะย่างและเนื้ออบคัดพิเศษที่เชฟคอยบริการแล่ให้ที่สเตชั่นตลอดมื้อ ควบคู่ไปกับอาหารนานาชาติตั้งแต่ซูชิคำโตไปจนถึงอาหารไทยรสจัดจ้านที่ปรุงมาอย่างประณีต แพ็กเกจนี้ให้คุณอิ่มอร่อยได้ยาวๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่เรียบหรู คลาสสิก และการบริการที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดจนทำให้มื้อธรรมดากลายเป็นช่วงเวลาที่พิเศษจริงๆ
-
พิกัด: ชั้น 2 โรงแรม Sheraton Grande Sukhumvit — 250 ถนนสุขุมวิท เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 (มีทางเชื่อม Skywalk โดยตรงจาก BTS อโศก ทางออก 5 และ MRT สุขุมวิท ทางออก 3)
-
เวลาเปิด–ปิด: 12:00 – 15:00 (มื้อกลางวัน จันทร์-เสาร์), 18:00 – 22:30 (มื้อเย็น ทุกวัน), 12:00 – 15:00 (Sunday Brunch)
-
ที่จอดรถ: จอดภายในอาคารจอดรถของโรงแรมได้เลย (นำบัตรมาประทับตราที่ห้องอาหารเพื่อจอดฟรี)
3. Flavors at Renaissance Bangkok
เฉลี่ยเริ่มต้น 545 บาท/ท่าน
“บุฟเฟต์นานาชาติที่เปลี่ยนการทานมื้อค่ำให้กลายเป็นความสนุก ด้วย ‘ครัวเปิดรอบทิศทาง’ ที่โชว์การปรุงเมนูพรีเมียมแบบจานต่อจาน” ตื่นตาตื่นใจไปกับฟัวกราส์ชิ้นหนานุ่มกริลล์ร้อนๆ และเนื้อวากิวชั้นเลิศที่สั่งได้ไม่อั้นตลอด 3 ชั่วโมง พร้อมขนกองทัพซีฟู้ดทั้งกุ้งแม่น้ำเผาและหอยนางรมสดใหม่มาให้เลือกสรรแบบจัดเต็ม แพ็กเกจนี้รวมเครื่องดื่มรีฟิลที่ช่วยเติมรสชาติให้มื้ออาหาร ท่ามกลางบรรยากาศที่ดูชิค ทันสมัย และมีพลัง ซึ่งสร้างความประทับใจและมอบประสบการณ์ที่แตกต่างให้ทุกครั้งที่แวะมาทาน
-
พิกัด: ชั้น 2 โรงแรม Renaissance Bangkok Ratchaprasong — 518/8 ถนนเพลินจิต เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 (ใกล้ BTS ชิดลม ทางออก 2 เดินเชื่อมเข้าโรงแรมได้เลย)
-
เวลาเปิด–ปิด: 11:30 – 14:30 (มื้อกลางวัน), 18:00 – 22:30 (มื้อเย็น), 12:00 – 15:00 (Sunday Brunch)
-
ที่จอดรถ: จอดภายในอาคารจอดรถของโรงแรมได้ (นำบัตรมาประทับตราที่ห้องอาหารเพื่อจอดฟรี)
4. Rain Tree Cafe at The Athenee Hotel
เฉลี่ยเริ่มต้น 1106 บาท/ท่าน
“บุฟเฟต์นานาชาติที่เปลี่ยนมื้ออาหารให้เหมือน ‘การนั่งทานในวังเก่า’ ด้วยเพดานสูงโปร่งและบรรยากาศสุดคลาสสิกบนถนนวิทยุ” จัดเต็มกับกุ้งแม่น้ำเผาตัวโตและฟัวกราส์ชิ้นหนานุ่มที่เชฟกริลล์ให้ใหม่ๆ แบบไม่อั้นตลอด 3 ชั่วโมง พร้อมกองทัพซีฟู้ดพรีเมียมทั้งขาปูยักษ์และหอยนางรมนำเข้าที่สดเหมือนเพิ่งขึ้นจากเรือ แพ็กเกจนี้รวมเครื่องดื่มรีฟิลที่ช่วยเติมเต็มความสดชื่น โดยมีจุดเด่นอยู่ที่อาหารไทยตำรับชาววังและขนมหวานนานาชาติที่จัดวางอย่างประณีต มอบประสบการณ์การทานที่หรูหราแต่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและประทับใจในทุกรายละเอียด
-
พิกัด: ชั้น G โรงแรม The Athenee Hotel, a Luxury Collection Hotel — 61 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 (ใกล้ BTS เพลินจิต ทางออก 2 และ 5)
-
เวลาเปิด–ปิด: 12:00 – 14:30 (มื้อกลางวัน), 18:00 – 22:30 (มื้อเย็น), 12:00 – 15:00 (Sunday Brunch)
-
ที่จอดรถ: จอดภายในอาคารจอดรถของโรงแรม The Athenee ได้เลย (นำบัตรมาประทับตราที่ห้องอาหารเพื่อจอดฟรี)
5. Bai Yun Banyan Tree Bangkok
เฉลี่ยเริ่มต้น 954 บาท/ท่าน
“บุฟเฟต์ติ่มซำพรีเมียมที่ใช้ ‘วิวเมืองหลวงจากชั้น 59’ มาเป็นเครื่องเคียง พร้อมยกระดับของว่างจากเข่งให้กลายเป็นมื้อหรูเหนือระดับ” นั่งทานติ่มซำนึ่งสดและของทอดกรอบๆ ที่ทำใหม่จานต่อจานได้ไม่อั้นตลอด 3 ชั่วโมง โดยมีไฮไลต์เด็ดอย่าง ‘ฮะเก๋าเห็ดทรัฟเฟิล’ และ ‘พายเนื้อวากิว’ ที่หอมฟุ้งติดจมูก แพ็กเกจนี้รวมเครื่องดื่มชาร้อน/เย็นรีฟิลที่เสิร์ฟควบคู่กับซุปและอาหารจานหลักรสเลิศ ท่ามกลางบรรยากาศการตกแต่งสไตล์จีนร่วมสมัยที่ดูสงบนิ่งและหรูหรา เหมาะมากสำหรับการนัดคุยธุรกิจหรือมื้อครอบครัวที่ต้องการความเป็นส่วนตัวพร้อมชมวิวขอบฟ้ากว้างสุดสายตา
-
พิกัด: ชั้น 59 โรงแรม Banyan Tree Bangkok — 21/100 ถนนสาทรใต้ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120 (ใกล้ MRT ลุมพินี ทางออก 2 มีรถตุ๊กตุ๊กรับส่งของโรงแรม)
-
เวลาเปิด–ปิด: 11:30 – 14:30 (มื้อกลางวัน), 18:00 – 22:30 (มื้อเย็น)
-
ที่จอดรถ: จอดภายในอาคารจอดรถของโรงแรม Banyan Tree ได้เลย (นำบัตรมาประทับตราที่ห้องอาหารเพื่อจอดฟรี)
6. KOKO Omakase Japanese Restaurant
เฉลี่ยเริ่มต้น 1499 บาท/ท่าน
“โอมากาเสะลับย่านสาทรที่เปลี่ยน ‘อาคารสำนักงาน’ ให้กลายเป็นพื้นที่แห่งความจอย ด้วยสเปรย์ทรัฟเฟิลทองคำและเชฟสายเอนเตอร์เทน” สัมผัสประสบการณ์การทานซูชิคำโตที่เน้นรสชาติเข้มข้นถูกปากคนไทย โดยมีไฮไลต์ที่ห้ามพลาดอย่าง ‘Akami ฉีดสเปรย์ทรัฟเฟิลทองคำ’ ที่ทั้งหอมและถ่ายรูปสวยสะดุดตา แพ็กเกจนี้มีให้เลือกหลากหลายคอร์สตามความชอบ (เริ่มตั้งแต่ 12-20 คอร์ส) ซึ่งใช้วัตถุดิบนำเข้าสดใหม่ในราคาที่คุ้มค่าสุด ๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่สบาย ๆ ไม่เกร็ง เหมือนมานั่งทานอาหารบ้านเพื่อนที่เป็นเชฟมือโปร สร้างความประทับใจด้วยเสียงหัวเราะและรสชาติที่ลงตัวในทุกคำ
-
พิกัด: ชั้น 1 อาคารหะรินธร — 54 ถนนสาทรเหนือ (ซอยสาทร 4) แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500 (ใกล้ MRT ลุมพินี หรือ BTS ศาลาแดง แล้วต่อรถเล็กน้อย)
-
เวลาเปิด–ปิด: 11:00 – 21:00 (แบ่งการเสิร์ฟเป็นรอบโอมากาเสะ: 12:00, 15:00, 17:00 และ 19:00 แนะนำให้จองล่วงหน้า)
-
ที่จอดรถ: จอดภายในอาคารหะรินธรได้เลย พื้นที่จอดรถกว้างขวาง (นำบัตรมาประทับตราที่ร้านได้)
7. Nimitr Rooftop by 137 Pillars
เฉลี่ยเริ่มต้น 995 บาท/ท่าน
“ห้องอาหารเอเชียฟิวชั่นบนชั้น 27 ที่เปลี่ยนวิวขอบฟ้าสุขุมวิทให้กลายเป็นดั่ง ‘นิมิต’ ในฝัน ด้วยบรรยากาศสุดลึกลับในโทนสีน้ำเงินสะกดสายตา” ดื่มด่ำกับรสชาติอาหารไทยร่วมสมัยที่นำมาตีความใหม่ได้อย่างประณีต โดยมีไฮไลต์เด็ดอย่าง ‘กุ้งแม่น้ำซอสแกงรสเข้มข้น’ และเมนูเนื้อพรีเมียมที่ปรุงมาอย่างพอดี แพ็กเกจนี้มอบความพิเศษด้วยวิวกรุงเทพฯ แบบพาโนรามา และจุดเช็กอินยอดฮิตอย่าง ‘ระเบียงพื้นกระจกใส’ ที่ชวนหวาดเสียวแต่น่าหลงใหล สร้างความตื่นตาตื่นใจและเปลี่ยนมื้อค่ำธรรมดาให้กลายเป็นค่ำคืนที่แสนโรแมนติกและน่าจดจำในทุกวินาที
-
พิกัด: ชั้น 27 โรงแรม 137 Pillars Suites & Residences Bangkok — 59/1 ซอยสุขุมวิท 39 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110 (ใกล้ BTS พร้อมพงษ์ ทางโรงแรมมีรถรับส่ง “Louie the Tuk Tuk” บริการจากหน้าห้าง EmQuartier)
-
เวลาเปิด–ปิด: 12:00 – 23:00 (แนะนำให้จองที่นั่งริมหน้าต่างหรือโซน Outdoor ล่วงหน้าเพื่อชมพระอาทิตย์ตก)
-
ที่จอดรถ: จอดภายในอาคารจอดรถของโรงแรมได้เลย ระบบจอดรถที่นี่เป็นแบบอัตโนมัติ (Automated Parking) สะดวกและปลอดภัย
8. Shizen Machi Omakase
เฉลี่ยเริ่มต้น 683 บาท/ท่าน
“โอมากาเสะสายฟิวชั่นที่ยกเอา ‘หมู่บ้านญี่ปุ่น’ มาไว้กลางเลียบด่วน ให้ฟีลเหมือนหลุดเข้าไปนั่งทานอาหารในบรรยากาศสวนเซนที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัว” เพลิดเพลินไปกับคอร์สอาหารพรีเมียมที่เชฟรังสรรค์อย่างประณีต โดยเน้นการพรีเซนต์ที่ตื่นตาตื่นใจ ทั้งการใช้ควันรมควันเพิ่มกลิ่นหอมและการตกแต่งด้วยทองคำเปลวเลอค่า แพ็กเกจนี้มีให้เลือกหลากหลายระดับตามวัตถุดิบฤดูกาล ซึ่งแต่ละคำจะถูกปรุงรสมาอย่างเข้มข้นและกลมกล่อมตามสไตล์ฟิวชั่นยุคใหม่ เป็นมื้ออาหารที่ไม่ได้มีดีแค่รสชาติ แต่ยังสร้างความประทับใจด้วยงานศิลปะบนจานอาหารในทุกๆ คำที่เสิร์ฟ
-
พิกัด: โครงการ The Primary 101 — ถนนประดิษฐ์มนูธรรม (เลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา) แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240
-
เวลาเปิด–ปิด: 11:00 – 22:00 (แบ่งการเสิร์ฟเป็นรอบโอมากาเสะ: 12:00 / 14:00 / 16:00 / 18:00 / 20:00 ต้องจองล่วงหน้า)
-
ที่จอดรถ: มีที่จอดรถบริเวณด้านหน้าโครงการ สะดวกและกว้างขวาง
9. SHUN OMAKASE
เฉลี่ยเริ่มต้น 2353 บาท/ท่าน
“โอมากาเสะ ‘ร้านลับในร้านดัง’ ที่ซ่อนตัวอยู่ในร้านเจริญรุ่งเรือง มอบประสบการณ์การทานคำต่อคำแบบพรีเมียมโดยไม่ต้องฝ่ารถติดเข้าเมือง” ตื่นตาตื่นใจไปกับการคัดสรรวัตถุดิบที่ดีที่สุดตามฤดูกาล ทั้งอูนิหวานละมุนและปลาเนื้อขาวคัดพิเศษที่เชฟบรรจงรังสรรค์อย่างประณีตบนเคาน์เตอร์ไม้สุดหรู แพ็กเกจนี้โดดเด่นด้วยการผสมผสานรสชาติแบบดั้งเดิมเข้ากับเทคนิคสมัยใหม่ ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัว ซึ่งตัดสลับกับความคึกคักภายนอกได้อย่างน่าประทับใจ เปลี่ยนวันธรรมดาของชาวพระราม 2 ให้กลายเป็นมื้อพิเศษที่เต็มไปด้วยเรื่องราวในทุกคำที่เสิร์ฟ
-
พิกัด: ชั้น 2 โครงการ The Bright พระราม 2 (ตั้งอยู่ภายในพื้นที่ของร้านเจริญรุ่งเรือง) — ถนนพระรามที่ 2 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ 10150
-
เวลาเปิด–ปิด: เปิดให้บริการเป็นรอบเวลา (ปกติจะมีรอบ 12:00, 17:30 และ 20:00 แนะนำให้ตรวจสอบและจองล่วงหน้า)
-
ที่จอดรถ: จอดภายในอาคารจอดรถของโครงการ The Bright พระราม 2 ได้เลย (พื้นที่จอดรถกว้างขวางและสะดวกมากครับ)
10. Atrium Restaurant The Landmark Bangkok Hotel
เฉลี่ยเริ่มต้น 982 บาท/ท่าน
“บุฟเฟต์นานาชาติระดับตำนานที่ยกเอา ‘กองทัพซีฟู้ดออนไอซ์’ มาวางเรียงรายภายใต้เพดานสูงโปร่งใจกลางสุขุมวิท ให้คุณได้นั่งทานท่ามกลางบรรยากาศที่โอ่อ่าและเป็นกันเอง” สั่งจานหลักอย่างเนื้อวากิวอบนุ่มๆ และซี่โครงแกะพรีเมียมได้ไม่อั้นตลอด 3 ชั่วโมง พร้อมกองทัพขาปูยักษ์และหอยนางรมนำเข้าที่เติมความสดใหม่ตลอดมื้อ แพ็กเกจนี้รวมเครื่องดื่มรีฟิลที่ช่วยเพิ่มอรรถรส ปิดท้ายด้วยสเตชั่นขนมหวานที่มีทั้งเครปทำสดและเบเกอรี่หลากหลาย มอบความคุ้มค่าและความประทับใจที่ทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายหลักของการรวมตัวครอบครัวมาอย่างยาวนาน
-
พิกัด: ชั้น LL (Lobby Level) โรงแรม The Landmark Bangkok — 138 ถนนสุขุมวิท เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 (ใกล้ BTS นานา ทางออก 2 เดินนิดเดียวถึงโรงแรมเลยครับ)
-
เวลาเปิด–ปิด : 11:30 – 14:30 (มื้อกลางวัน), 18:00 – 22:30 (มื้อเย็น)
-
ที่จอดรถ: จอดภายในอาคารจอดรถของโรงแรม The Landmark ได้ (นำบัตรมาประทับตราที่ห้องอาหารเพื่อจอดรถฟรี)
11. Man Ho Chinese Restaurant at JW Marriott Hotel
เฉลี่ยเริ่มต้น 875 บาท/ท่าน
“ห้องอาหารจีนกวางตุ้งระดับพรีเมียมที่เปลี่ยน ‘ติ่มซำคำโต’ และ ‘เป็ดปักกิ่งหนังกรอบ’ ให้กลายเป็นมื้ออาหารสุดพิเศษในบรรยากาศโมเดิร์นไชนีสที่หรูหราที่สุดย่านสุขุมวิท” เพลิดเพลินไปกับกองทัพติ่มซำนึ่งสดและของทอดกรอบๆ ที่สั่งได้ไม่อั้นตลอด 3 ชั่วโมง พร้อมเมนูจานหลักระดับเชฟฝีมือรางวัลอย่างหมูแดงสูตรเฉพาะที่นุ่มจนละลายในปาก แพ็กเกจนี้รวมเครื่องดื่มชาจีนและเก๊กฮวยหอมๆ ท่ามกลางการตกแต่งที่ผสมผสานความร่วมสมัยและความเป็นสิริมงคลได้อย่างลงตัว สร้างความประทับใจให้ทั้งมื้อครอบครัวและการรับรองแขกคนสำคัญในทุกโอกาสที่มาเยือน
-
พิกัด: ชั้น 2 โรงแรม JW Marriott Hotel Bangkok — 4 ถนนสุขุมวิท ซอย 2 เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 (ใกล้ BTS เพลินจิต/นานา)
-
เวลาเปิด–ปิด : 11:30 – 14:30 (มื้อกลางวัน), 17:30 – 22:30 (มื้อเย็น)
-
ที่จอดรถ: จอดภายในโรงแรม JW Marriott ได้ (นำบัตรมาประทับตราที่ห้องอาหารเพื่อจอดรถฟรี)
12. Deja Brew Lifestyle Cafe at Centara Life Hotel Bangkok Phra Nakhon
เฉลี่ยเริ่มต้น 395 บาท/ท่าน
“ไลฟ์สไตล์คาเฟ่สุดชิคใจกลางย่านพระนครที่เปลี่ยนบรรยากาศเมืองเก่าให้กลายเป็นพื้นที่ ‘All-day Dining’ สุดมินิมอล พร้อมเสิร์ฟความอร่อยตั้งแต่เช้าจรดค่ำ” อิ่มอร่อยกับเมนูอาหารไทยฟิวชั่นและอาหารนานาชาติรสเลิศท่ามกลางการตกแต่งที่ดูโปร่ง สบายตา และทันสมัย แพ็กเกจอาหารของที่นี่มักจะเน้นความหลากหลายและเข้าถึงง่าย ไม่ว่าจะเป็นมื้อสายที่สดใสหรือมื้อค่ำที่ผ่อนคลาย โดยมีไฮไลต์อยู่ที่การใช้วัตถุดิบคุณภาพในราคาที่คุ้มค่า สร้างความประทับใจด้วยการบริการที่เป็นกันเองและการเป็นจุดพักผ่อนที่ลงตัวหลังจากเดินเที่ยวชมความคลาสสิกของย่านเมืองเก่าในทุกครั้งที่แวะมา
-
พิกัด: ชั้น G โรงแรม Centara Life Hotel Bangkok Phra Nakhon — 78 ถนนประชาธิปไตย แขวงบ้านพานถม เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200 (ใกล้กับวัดบวรนิเวศและย่านถนนข้าวสาร)
-
เวลาเปิด–ปิด: 06:30 – 23:00
-
ที่จอดรถ: จอดภายในอาคารจอดรถของโรงแรม Centara Life Phra Nakhon ได้เลย (พื้นที่จอดรถกว้างขวางและสะดวกสำหรับย่านเมืองเก่าครับ)
และนี้ก็คือ 12 โปรร้านอาหาร มา 2 จ่าย 1 มีนาคม 2569 บอกได้เลยว่านี้ยังเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเพราะว่ายังร้านอาหารอีกมากมาย ที่เหมาะสำหรับพาคู่รัก หรือว่ามาด้วยกันกับ แคมเปญสุดยิ่งใหญ่ต้อนรับเดือนมีนาคม Hungry Hub March More Deals พร้อมกับโปรแรงๆ อีกมากมาย และสิทธิ์พิเศษ ตั้งแต่วันนี้ 31 มีนาคม 2569 เท่านั้น


