หากเอ่ยถึงคำว่า “Sabio” ในภาษาสเปนนั้นมีความหมายลึกซึ้งว่า “ปราชญ์” หรือ “ความฉลาดรอบรู้” และชื่อนี้เองได้กลายมาเป็นตำนานของร้านอาหารสเปนสไตล์ทาปาสดั้งเดิมที่ครองใจนักชิมในสิงคโปร์มายาวนานกว่า 10 ปี เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2011 ที่ย่าน Duxton Hill ก่อนที่ Sabio BKK จะขยับขยายความอร่อยและบินลัดฟ้ามาเปิดบ้านหลังใหม่ Grand Opening อย่างเป็นทางการที่ประเทศไทย ณ ชั้น 5 ของศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ (Emsphere) พร้อมต้อนรับนักดื่มนักชิมตั้งแต่เวลา 5 โมงเย็นเป็นต้นไป
Sabio BKK ตำนานทาปาสบาร์จากสิงคโปร์

ทันทีที่ก้าวเข้ามาภายในร้าน คุณจะสัมผัสได้ถึงความสนุกสนานและพลังงานที่พลุ่งพล่านผ่านการตกแต่งที่เน้นโทนสีแดงฉูดฉาด สะท้อนวัฒนธรรมอันมีชีวิตชีวาของชาวสเปนได้อย่างชัดเจน รายล้อมไปด้วยงานศิลปะที่ชวนให้ตื่นตาตื่นใจ ไม่ว่าจะเป็นภาพวาดม้าลายงานแฮนด์เมด รูปปั้นหัวกระทิงบนผนัง หรือลวดลายกราฟฟิตี้และป้ายไฟนีออนที่ช่วยสร้างบรรยากาศให้ค่ำคืนนี้พิเศษยิ่งขึ้น

ในส่วนของพื้นที่นั่ง ทางร้านจัดวางโต๊ะหินอ่อนพร้อมเก้าอี้เบาะนุ่มสบายไว้รองรับลูกค้าได้ราว 60-70 ท่าน โดยแบ่งโซนอย่างลงตัว ทั้งสำหรับคนที่มาคนเดียว มาเป็นคู่ หรือมาสังสรรค์เป็นกลุ่มใหญ่ ไฮไลท์สำคัญที่ห้ามพลาดคือโซนที่นั่งด้านนอกที่มีลักษณะคล้ายซุ้มส่วนตัวจำนวน 2 โต๊ะ ซึ่งแต่ละซุ้มจะมี “เจ้าบ้าน” คอยต้อนรับอย่างอลังการ ซุ้มหนึ่งโดดเด่นด้วยรูปปั้นม้าลายสูงถึง 2 เมตรที่โน้มคอลงมาทักทาย ส่วนอีกซุ้มเป็นรูปปั้นม้าสีทองคาบแอปเปิ้ลตามตำนานประวัติศาสตร์ของสเปน ซึ่งถือเป็นมุมถ่ายรูปที่เก๋ไม่ซ้ำใคร

สำหรับใครที่ฉายเดี่ยวหรือชื่นชอบบรรยากาศที่เป็นกันเอง ขอแนะนำโซนบาร์หน้าครัวเปิด (Open Kitchen) ที่ออกแบบเป็นเคาน์เตอร์ทรงตัว L ยาวขนานไปกับพื้นที่ปรุงอาหาร ตรงนี้คุณจะได้ที่นั่งแถวหน้าสุดเพื่อชมลีลาการสะบัดกระทะของเชฟแบบสดๆ พูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวกับเชฟได้ หรือแค่นั่งมองเปลวไฟที่ลุกโชนจากเตาขณะย่างอาหารก็สร้างความตื่นเต้นและเจริญอาหารได้เป็นอย่างดี



เมื่อพูดถึงเรื่องรสชาติ Sabio BKK ยังคงรักษามาตรฐานความอร่อยด้วยวัตถุดิบสดใหม่ที่ปรุงแบบจานต่อจาน โดยเน้นเมนูทาปาส ของย่างเสียบไม้ และอาหารทะเลสดๆ เริ่มต้นเรียกน้ำย่อยด้วยเมนูซิกเนเจอร์อย่าง Gambas ที่ทางร้านเลือกใช้กุ้งอาร์เจนตินาเนื้อหวาน นำมาผัดกับไวน์ขาวในสไตล์เฟลมเบ้ (Flambé) ให้กลิ่นหอมและรสชาติมันนัวกำลังดี หรือจะลอง Croquetas คร็อกเก้สอดไส้เห็ดแชมปิญองและทรัฟเฟิลที่หอมละมุน ตัดรสด้วย Gazpacho ซุปมะเขือเทศเย็นที่ให้ความสดชื่น



สำหรับคนรักโคลด์คัท ต้องไม่พลาด Lomo เนื้อส่วนสันนอกหมูหมักเค็มที่มีรสสัมผัสคล้ายแฮมแต่เข้มข้นกว่า และ Chorizo ไส้กรอกหมูหมักเครื่องเทศรสจัดจ้านที่มีความหนึบสู้ฟัน ส่วนเมนูอาหารทะเลที่โดดเด่นคือ El Pulpo หนวดปลาหมึกยักษ์ย่างถ่าน วางบนมันม่วงบดเนื้อเนียนนุ่ม ให้รสสัมผัสหวานเค็มลงตัว หรือจะเลือกความสดจากทะเลฝรั่งเศสอย่างหอยนางรม Fine de Claire ก็มีเสิร์ฟเช่นกัน

ไฮไลท์ของสายเนื้ออยู่ที่เมนูย่างเตาถ่าน Josper Grill ที่ให้กลิ่นหอมถ่านเป็นเอกลักษณ์ แนะนำ Flank Steak สเต๊กเนื้อส่วนท้องที่มีรสชาติเข้มข้นและมีความเหนียวนุ่มแบบที่คนไทยชื่นชอบ หรือจะเป็น Spanish Pork เนื้อหมูส่วนคอและแก้ม (Secreto) ที่มีความนุ่มหนึบแทรกมันอย่างลงตัว และปิดท้ายมื้อใหญ่ด้วย Sabio Paella ข้าวผัดสเปนตำรับบาร์เซโลนาที่ผัดกับหญ้าฝรั่นจนหอมฟุ้ง ก่อนนำไปอบในเตาจนข้าวนุ่มหนึบ ท็อปปิ้งแน่นๆ ด้วยซีฟู้ด โชริโซ่ และซี่โครงหมู

มื้ออาหารสเปนจะสมบูรณ์ไม่ได้หากขาดเครื่องดื่มคู่ใจอย่าง Sangria ไวน์พันช์สูตรพิเศษที่นำไวน์แดงหรือไวน์ขาวมาหมักผสมกับบรั่นดีและผลไม้สด ให้รสชาติหอมหวานดื่มง่าย ช่วยเติมเต็มค่ำคืนแห่งการสังสรรค์ให้สมบูรณ์แบบที่สุด



