หากกำลังมองหาประสบการณ์โอมากาเสะที่ “ใจดีกับกระเป๋าตังค์” แต่ยังได้ความรู้สึกพรีเมียมและถ่ายรูปสวยแบบตะโกน วันนี้ Hungry Hub จะพาไป รีวิว Koko Japanese Omakase ซึ่งเป็นร้านโอมากาเสะที่แอบซ่อนตัวอยู่ในอาคารหะรินธร ย่านสาทร ซอย 4 ซึ่งถ้าใครขับรถมาก็สบายใจได้เลยเพราะที่จอดรถในตึกกว้างขวางมาก หรือถ้าใครสะดวกนั่งรถไฟฟ้ามาลงสถานีศาลาแดงแล้วต่อพี่วินมาอีกนิด ก็จะเจอกับร้านที่ซ่อนตัวอยู่ด้านหลังอาคาร บรรยากาศเงียบสงบตัดกับความวุ่นวายของย่านสาทรได้อย่างน่าประหลาดใจ
รีวิว Koko Japanese Omakase


ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปในร้าน ความรู้สึกแรกคือความอบอุ่น ร้านตกแต่งด้วยงานไม้สไตล์ญี่ปุ่นร่วมสมัย แสงไฟในร้านสลัวกำลังดี ช่วยให้บรรยากาศดูเป็นกันเอง ไม่เกร็งเหมือนร้านโอมากาเสะหรูๆ บางแห่งที่ต้องนั่งเงียบตลอดเวลา ที่ Koko เชฟจะทักทายด้วยรอยยิ้มและพร้อมจะเอนเตอร์เทนเราตลอดมื้ออาหาร ทำให้การนั่งที่เคาน์เตอร์บาร์ไม้กลายเป็นความสนุกที่เราจะได้เห็นศิลปะการปั้นซูชิและการปรุงอาหารแบบใกล้ชิดที่สุด

ไฮไลท์ที่ทำให้ Koko กลายเป็นร้านโปรดของใครหลายคนในปี 2026 นี้ คือความพยายามสร้างสรรค์เมนูให้มีความตื่นตาตื่นใจอยู่เสมอ โดยเฉพาะแพ็กเกจที่ร่วมกับ Hungry Hub ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามาก อย่างตัว Fukuwa 15 Courses ที่ตอนนี้มีโปรโมชั่น “มา 2 จ่าย 1” ตกคนละแค่พันกลางๆ เท่านั้นเองครับ ซึ่งในคอร์สนี้เราจะได้เห็นเทคนิคซิกเนเจอร์ที่ใครมาก็ต้องถ่ายคลิปเก็บไว้ นั่นคือการพ่นสเปรย์ทรัฟเฟิลหอมๆ ลงบนเนื้อปลา Akami สีแดงสด ตามด้วยการโปรยผงทองคำแท้ที่ทำให้คำนั้นดูเลอค่าขึ้นมาทันที รสชาติของปลาที่นี่มีความสดและผ่านการบ่มมาอย่างพอเหมาะ เมื่อกินเข้าไปจะได้รับทั้งกลิ่นหอมของทรัฟเฟิลและความหวานของเนื้อปลาที่เข้ากันได้อย่างลงตัวฃ

นอกจากซูชิคำหลักๆ แล้ว ผมมองว่าความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างเมนูเรียกน้ำย่อยหรือไข่ตุ๋นเนื้อเนียนก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน หรือถ้าใครอยากจัดเต็มขึ้นมาหน่อย คอร์ส Reiwa 18 Courses ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะจะได้สัมผัสกับวัตถุดิบที่หลากหลายขึ้นไปอีกขั้น รวมถึงลูกเล่นการรมควันไม้ที่ช่วยเพิ่มมิติของกลิ่นให้กับเนื้อปลาได้อย่างน่าสนใจ แต่ถ้าใครมีเวลาน้อยหรืออยากทานมื้อเบาๆ ร้านก็ยังมีตัวเลือกอย่าง Hand Roll ที่เริ่มต้นหลักร้อย ซึ่งผมว่ามันตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนที่ทำงานย่านสาทรได้ดีมาก

สิ่งที่ทำให้รู้สึกประทับใจ Koko มากกว่าแค่เรื่องอาหาร คือการที่ร้านนี้ทำให้โอมากาเสะกลายเป็นเรื่องที่ “เข้าถึงได้” เชฟไม่ได้แค่ปั้นข้าววางปลาให้เรากิน แต่เชฟยังเล่าเรื่องราวของปลาแต่ละชนิด มีมุกตลกสอดแทรก และใส่ใจแขกทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่เพิ่งลองทานครั้งแรก หรือเป็นสายโอมากาเสะตัวยง คุณจะเดินออกจากร้านไปพร้อมกับความอิ่มท้องและรอยยิ้มแน่นอน
สรุปสั้นๆ คือถ้าใครที่อยากได้จะมาทานมื้อพิเศษที่คุ้มค่า คุยสนุก และได้รูปสวยๆ ไปลงโซเชียลแบบจัดเต็ม Koko Japanese Omakase คือจุดหมายที่ไม่ควรพลาด โดยเฉพาะในช่วงที่มีโปรโมชั่นเด็ดๆ แบบนี้ รีบจองโต๊ะผ่าน Hungry Hub ไว้ก่อนได้เลย เพราะคิวช่วงเย็นและวันหยุดมักจะเต็มไวมากจริงๆ



