ภาพจำของร้านโอมากาเสะในกรุงเทพฯ กำลังเปลี่ยนไป จากมื้ออาหารสุดหรูที่ชวนให้เกร็งในห้องสี่เหลี่ยมใจกลางเมือง สู่ประสบการณ์แห่งความสุขที่จับต้องได้ง่ายขึ้น แต่ยังคงเปี่ยมไปด้วยมาตรฐานระดับสูง และหนึ่งในแบรนด์ที่เข้ามาสร้างแรงสั่นสะเทือนให้วงการอาหารญี่ปุ่นในเวลานี้คือ Kokoro Omakase (心おまかせ) ร้านซูชิระดับบูติกที่นำเสนอแนวคิด “Everyday Omakase” หรือโอมากาเสะที่สามารถแวะมาทานได้ในทุกๆ วัน
คำว่า “Kokoro” (心) ที่แปลว่า “หัวใจ” ไม่ได้เป็นเพียงชื่อที่ตั้งขึ้นให้ฟังดูอบอุ่น แต่เป็นเข็มทิศชิ้นสำคัญที่หลอมรวมอยู่ในทุกองค์ประกอบ ตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบ การจัดแสงไฟ ไปจนถึงบทสนทนาอันเป็นกันเองระหว่างเชฟและผู้มาเยือน
ปรัชญาแห่งความใส่ใจ: เมื่อ ‘หัวใจ’ นำทางรสชาติ

แก่นแท้ของ Kokoro Omakase คือการเปลี่ยนมื้ออาหารให้เป็นพื้นที่แห่งความผูกพัน ภายใต้แนวคิด “Searching for a connection” ซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคนี้ในสองมิติด้วยกัน มิติแรกคือการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่อบอุ่นระหว่างผู้คนในมื้ออาหาร และมิติที่สองคือความเชื่อมโยงในโลกดิจิทัลที่ชวนให้ผู้รับประทานอยากส่งต่อประสบการณ์ดีๆ ผ่านโซเชียลมีเดีย
บรรยากาศภายในร้านจึงถูกออกแบบให้มีความสนุกสนาน เข้าถึงง่าย (Cheerful and Approachable) เพื่อทลายกำแพงความอึดอัดแบบเดิมๆ ออกไป ทว่าในส่วนของฝีมือและการปรุงอาหาร เชฟยังคงรักษาความประณีตขั้นสูงสุด (Meticulous Craftsmanship) เอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น
ความพิเศษของ Everyday Omakase คือการเสิร์ฟวัตถุดิบคุณภาพพรีเมียมในทำเลที่เดินทางสะดวกสบายอย่างศูนย์การค้าชั้นนำ พร้อมทั้งชูศาสตร์แห่งการ “บ่มปลา” (Aging Techniques) เทคนิคระดับสูงที่จะช่วยดึงรสชาติอูมามิของเนื้อปลาออกมาให้ถึงขีดสุด ซึ่งต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของเชฟผู้เจนจัดในวงการเท่านั้น
ปักหมุดความอร่อย: เจาะลึก 2 พิกัดใกล้ห้างดัง

สาขา Central Eastville: ปฐมบทแห่ง Boutique Omakase
ตั้งอยู่บนชั้น 2 โซน Outdoor (Unit K205) ของย่านลาดพร้าว-ประดิษฐ์มนูธรรม ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของกลุ่มประชากรที่มีกำลังซื้อสูง ตัวร้านมอบความรู้สึกเงียบสงบและเป็นส่วนตัว แยกตัวออกมาจากความวุ่นวายของห้างได้อย่างลงตัว
ความพิเศษของสาขานี้คือการมี “Hand Roll Bar” เป็นทางเลือกสำหรับมื้อที่ต้องการความสะดวกรวดเร็ว คล่องตัว แต่ยังคงความพรีเมียมด้วยสาหร่ายชั้นดีและวัตถุดิบส่งตรงจากญี่ปุ่น โดยจำกัดที่นั่งเพียง 10 ที่นั่ง (เคาน์เตอร์บาร์ 8 ที่ และโต๊ะแยก 2 ที่) เพื่อให้เชฟสามารถดูแลทุกคนได้อย่างทั่วถึง

สาขา Mega Bangna: พื้นที่แห่งความสนุกสนานของกรุงเทพฯ ตะวันออก
ขยับมาที่โซน Mega Foodwalk ชั้น 2 (Unit OP2086) แหล่งรวมร้านอาหารระดับแม็กเน็ตที่มีผู้ใช้บริการหนาแน่น สาขานี้สะท้อนถึงการเติบโตของแบรนด์ที่พร้อมเปิดรับความท้าทายใหม่ๆ โดยปรับพื้นที่ให้รองรับได้เพิ่มขึ้นเป็น 12 ที่นั่ง ในรูปแบบเคาน์เตอร์บาร์ล้อมรอบตัวเชฟ เพื่อให้ผู้รับประทานได้ตื่นตาตื่นใจไปกับทุกท่วงท่าในการทำซูชิอย่างใกล้ชิด และที่สำคัญคือ เป็นสาขาเดียวที่ให้บริการคอร์สสูงสุดอย่าง “Mega Heart Omakase
อัตลักษณ์แห่งรสชาติ และเมนูที่ชวนหลงรัก

เบื้องหลังความประทับใจในทุกคำ ต้องยกเครดิตให้ “เชฟบูม” (Chef Boom) หัวหน้าเชฟผู้เปี่ยมด้วยแพสชันและวิสัยทัศน์ โดยเชฟบูมได้สะสมประสบการณ์อันเข้มข้นในฐานะรองหัวหน้าเชฟ (Sous-chef) จาก Sushi Ichizu ร้านซูชิระดับตำนานที่เคยคว้าตำแหน่งร้านซูชิอันดับ 1 ในเอเชีย (นอกประเทศญี่ปุ่น) จากการจัดอันดับของ OAD
การนำ “มาตรฐาน Ichizu” มาปรับใช้ที่ Kokoro Omakase คือการส่งต่อหัวใจของความประณีต เชฟบูมเลือกที่จะผสมผสานเทคนิคดั้งเดิมเข้ากับรสนิยมของคนรุ่นใหม่ได้อย่างพอดิบพอดี ทุกคำที่เสิร์ฟผ่านการคำนวณมาอย่างแม่นยำ ตั้งแต่อุณหภูมิของข้าว (Shari) รสชาติของน้ำส้มสายชู ไปจนถึงระยะเวลาการบ่มปลาแต่ละชนิด เพื่อให้ได้รสสัมผัสที่สมบูรณ์แบบที่สุด ยิ่งไปกว่านั้น ทีมเชฟยังขึ้นชื่อเรื่องอารมณ์ขันและการแบ่งปันเรื่องราวของวัตถุดิบอย่างเป็นกันเอง ช่วยเพิ่มรสชาติให้มื้ออาหารสนุกขึ้นเป็นกอง
ความน่าสนใจของ Kokoro Omakase คือการดิวตรงกับซัพพลายเออร์ใน ตลาดปลาโทโยสุ (Toyosu Market) ทำให้ทางร้านได้วัตถุดิบชั้นยอดในราคาที่สมเหตุสมผล โดยเฉพาะการเลือกใช้ปลาทูน่าจากแบรนด์ Yamayuki ซึ่งเป็นผู้ค้าส่งทูน่าอันดับหนึ่งของโลกที่ส่งให้ร้านระดับมิชลินสตาร์ทั่วญี่ปุ่น การได้ทานทูน่ารสเข้มข้นที่มีโครงสร้างไขมันอันงดงามจาก Yamayuki ในราคาเอื้อมถึง จึงถือเป็นกำไรของผู้บริโภคอย่างแท้จริง



