+66-62-827-4333 | จันทร์-ศุกร์ 09:00-20:00 หรือ [email protected] [email protected]
Select Page

hungryhub-meet-the-chef

Meet the chefs

Meet the chefs ครั้งนี้จะพิเศษกว่าครั้งอื่นๆเพราะเชฟของเราไม่ธรรมดา เป็นเชฟหนุ่มหน้าใหม่ไฟแรงถึงขั้นได้รับเลือกเป็นหนุ่ม Top 40 ของปี 2015 โดยนิตยสาร Elle Men Thailand ซึ่งคัดเลือกจากหนุ่มไทยผู้สร้างปรากฏการณ์และแรงบันดาลใจของปีนี้ นั้นก็คือเชฟ ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร หรือ เชฟต้น นั้นเอง ซึ่งเชฟต้นเป็นเชฟคนเดียวจากทั้งหมด 40 คนที่ได้รับเลือก ความฮอตของหนุ่มคนนี้ยังไม่หมดแค่นี้ เพราะเขาเป็นเชฟให้กับร้านอาหารถึง 4 ร้านด้วยกัน เรียกได้เลยว่าชอบสไตล์ไหน เขามีให้หมดจริงๆเพราะแต่ละร้านอาหารที่เชฟต้นทำนั้นมีสไตล์และความเป็นตัวตนที่แตกต่างกันออกไปได้แก่ร้าน “Le Du Wine Bar & Restaurant” ร้านอาหารแนวชิคๆ สไตล์หรูหรา, “Taper” ร้านอาหารกึ่ง brunch ที่ทำให้คุณท้องร้องและคิดถึงตั้งแต่เช้า, Baan Restaurant “Thai Family Recipe” ร้านอาหารไทยสูตรต้นตำหรับ, และ น้องใหม่มาแรง “Baa Ga Din” อาหารไทยง่ายๆสไตล์ Street Food ก่อนที่เราจะไปรู้จักแต่ละร้าน เรามารู้จักเชฟผู้อยู่เบื้องหลังความอร่อยและความสำเร็จของทั้ง 4 ร้านกันดีกว่า

chef ton

เชฟต้น หรือ เชฟ ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร

เชื่อไหมว่าเชฟต้นไม่ได้เรียนทำอาหาร หรือตั้งใจจะมาเป็นเชฟตั้งแต่แรก จริงๆแล้วเขาเรียนจบทางด้านเศรษฐกิจด้วยซ้ำ แต่เมื่อพอทำงานจริงๆแล้ว เขากลับรู้ตัวเองว่าสิ่งที่เขาทำอยู่มันไม่ใช่ และนี้ไม่ใช่ตัวตนของเขา เขาอยากทำสิ่งที่เขาชอบนั้นก็คือ การทำอาหาร แต่เชฟต้นรู้ได้อย่างไรว่าการทำอาหารคือสิ่งที่เขาชอบ ก็ขอบอกว่าการลองและประสบการณ์นั้นเอง เพราะเชฟต้นเป็นคนเปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆตลอดและเป็นคนไม่อยู่นิ่ง ขณะที่เชฟต้นเรียนอยู่ เขามีโอกาสได้เข้าร่วมโปรแกรม work and travel ที่อเมริกาและต้องเข้าไปช่วยทำงานในครัวที่ร้านอาหารอิตาเลี่ยน และงานแรกที่เขาทำก็คือการทำพิซซ่านั้นเอง เชฟต้นบอกว่าตอนนั้นยังไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะรู้อย่างเดียวคือเขาทำแล้วสนุก เขารู้สึกเวลาผ่านไปเร็วมากๆเพราะเขารู้สึกเพลิดเพลินไปกับการทำอาหารจริงๆ จนกระทั่งเมื่อเขาได้ทำงานแล้วเขารู้เลยว่า การทำอาหารเนี้ยแหละคือชีวิตของเขา เขาเลยตัดสินใจออกมาทำอาหาร ซึ่งเขาบอกว่าการที่ได้รับการสนับสนุนจากที่บ้านเป็นเรื่องสำคัญมาก ตอนแรกที่บ้านก็ไม่ค่อยจะเห็นด้วยเท่าไร เพราะเรียนทางด้านเศรษฐกิจและการเงินมา แต่แม่ของเชฟต้นคอยสบันสนุนและให้กำลังใจกับเชฟต้นตลอด เชฟต้นจึงตัดสินใจเดินทางไป New York และเริ่มหางานทำโดยการเป็นเชฟอยู่ที่นั้น ซึ่งเชฟต้นมีโอากาสได้ไปทำที่ร้านอาหารฝรั่งเศสและเขาบอกได้เลยว่าเขาได้ประสบการณ์กลับมาเยอะจริงๆ ทั้งเห็นการทำงาน ระบบ และ ความคิดของร้านอาหารและคนแบบฝรั่งเศส และยังมีโอกาสไปเรียนทำอาหารกับเชฟดังๆมากมายอีกด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เป็นที่มาของ 4 ร้านอาหารสุดร้อนแรงในกรุงเทพนั้นเอง

4 ร้านอาหารที่แตกต่ากจาก 1 เชฟมากความสามารถ

เรามาดูกันสิว่าเชฟคนหนึ่งทำร้านอาหารออกมาได้คนละสไตล์ถึง 4 แบบจะมีอะไรกันมั้ง

ร้านแรกที่ขอแนะนำก็คือ ร้าน Le Du Wine Bar & Restaurant เป็นร้านอาหารไทยแบบฟิวชั่น ตั้งอยู่ สีลม ซอย 7 สามารถลงรถไฟฟ้าสถานนีช่องนนทรีและออก Exit 4 ได้ ร้าน Le Du จะดูทันสมัย และหรูหรา มีไวน์ชั้นยอดเสิร์ฟด้วย เพราะอีก Passion หนึ่งของเชฟต้นก็คือ การดื่มไวน์ และการเลือกอาหารที่นำมาทานคู่กับการดื่มไวน์นั้นเอง

ร้านต่อไปคือร้าน Taper เป็นร้านกึ่ง brunch ตั้งอยู่ ซอย อรรคพัฒน์, ทองหล่อ 13  ร้านตกแต่งเรียบๆสไตล์โมเดิร์นมากๆ อาหารก็จะออกแนวอาหารฝรั่งแบบ brunch อย่าเช่น แพนเค้ก ออมเล็ต สมูทตี้ วาฟเฟิล หรือเมนูชุดอาหารเช้าเลย น่าทานมากๆ

ร้าน Baan Restaurant “Thai Family Recipe” ตั้งอยู่ถนนวิทยุ เป็นร้านที่ต้องขอเน้นหน่อยเพราะมีความสำคัญต่อเชฟต้นมากๆ ดูจากชื่อร้านแล้วก็พอจะได้คอนเซ็ปคร่าวๆแล้วสินะ เพราะว่าร้านบ้าน คือร้านที่เชฟต้นตั้งใจเปิดเพื่อให้แขกที่เข้ามาทานได้รับอารมณ์ความรู้สึกถึงอาหารไทยแท้ๆที่เชฟต้นเคยทานเมื่อสมัยยังเป็นเด็กเพราะที่บ้านก็จะทำอาหารอยู่แล้ว ร้านอาหารบ้านจะใช้สูตรเมนูของที่บ้านเชฟต้นทั้งหมด ทำให้ร้านนี้เป็นอีกร้านที่ควรไปลองจริงๆ ซึ่งร้านค่อนข้างแน่น ใครอยากไปลองควรจองผ่าน Hungry Hub ก่อน

ร้านสุดท้ายที่พึ่งเปิดไปนี้เองคือร้าน Baa Ga Din หรือ แบกะดิน ก็จะเป็นร้านอาหารไทยสไตล์ Steet Food ร้านตกแต่งง่ายๆชิวๆ แบบไทยๆ ตั้งอยู่ที่ ซอยสุขุมวิท 33 ซึ่งเมนูที่ร้านนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากอาหารไม้เสียบ หรือรถเข็นข้างถนนของเมืองไทยนั้นเอง เห็นได้แล้วว่าทุกๆร้านนั้นเชฟต้นตั้งใจจะทำให้ออกมาแตกต่างกันและมีความเป็นตัวตนของตัวเองซึ่งถือว่าเป็นเสน่ห์ของเชฟต้นอีกอย่าง

เคล็ดลับของทั้ง 4 ร้าน

ถึงแม้4ร้านอาหารของเชฟต้นจะแตกต่าง แต่เชฟต้นมีเคล็ดลับที่ใช้กับทุกๆร้านเลย ซึ่งนั้นก็คือ การเลือกวัตถุดิบ เชฟต้นบอกว่าการเลือกวัตถุดิบเป็นสิ่งสำคัญ โดยเชฟต้นจะเลือกวัตถุดิบของไทยเอง เป็นวัตถุดิบพื้นบ้านเท่านั้น ซึ่งบางตัวก็จะรับมาจากชาวสวนชาวไร่โดยตรงเลยก็มี เชฟต้นบอกว่าเขาอยากสนับสนุนคนไทยด้วยกัน เพราะของคนไทยดี แต่แค่บางทีผู้คนอาจละเลย และคิดว่าของนอกดีกว่า และการใช้วัตถุดิบไทยถือว่าเป็นการท้าทายฝีมือตัวเองอีกอย่าง เชฟต้นยกตัวอย่างว่า ถ้านำ

หอยออยสเตอร์ ที่อิมพอตมาและเอาไข่ปลาคาร์เวียร์มาโรยหน้า ก็ถือว่าเป็นจานเด็ด ทั้งอร่อยและขายได้ราคา แต่ถ้าจะนำวัตถุดิบไทยๆเนี้ย มาทำให้อร่อย ทำให้แตกต่าง ถือว่าเป็นเรื่องยาก และสนุกกว่ากันเยอะ วัตถุดิบที่เชฟต้นคัดเลือกมาและรับมาจากฟาร์มเลยก็จะมี ไข่ไก่ เนื้อหมู เนื่อวัว ข้าวหอมมะลิ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็ถือว่าเป็นวัตุดิบธรรมดาแต่เชฟต้นสามารถทำให้อาหารของเขาโดดเด่นออกมาได้

HungryHub_booknow

Baan “Thai Family Recipe”