+66-62-827-4333 | จันทร์-ศุกร์ 09:00-20:00 หรือ LINE @Mr.Hungry [email protected]
Select Page

hungryhub-meet-the-chef

Meet the chefs : เชฟที่ทุกคนพูดถึง

Arno’s Butcher and Eatery

Meet the chefs วันนี้เราจะพาเพื่อนๆทุกคนไปแนะนำเชฟที่ร้อนแรงทีสุดในกรุงเทพ เพราะร้านนี้กำลังมาแรงและเป็นที่พูดถึงกันอย่างหนาหูจะเป็นร้านไหนไปไม่ได้นอกจากร้าน Arno’s Butcher and Eatery ร้านที่คนรักเนื้อพลาดไม่ได้ (ขอ บอกว่าต้องจองล่วงหน้ากันเป็นเดือนๆกันเลยทีเดียว)  มาแนะนำร้านกันก่อนละกันเผื่อใครยังไม่รู้จัก ร้าน Arno เป็นร้านขายสเต็กเนื้อที่ทำสไตล์ butcher ตั้งอยู่ซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 20  เปิด 6โมงเย็นเป็นต้นไป สามารถเดินทางไปได้ง่าย ขับรถไปได้มีที่จอดแต่ไม่มาก หรือเดินทางโดยรถไฟฟ้า BTS ลงสถานนีช่องนนทรี ต่อรถBus BRT 5บาท มาลงสถานีถนนจันทร์ แล้วเดินย้อนกลับเข้าไปในซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 20 ซัก100 เมตร ร้านอยู่ซ้ายมือ

Arno'sbutcherandeatery

ความอลังการของร้านก็อยู่ตรงที่ร้านเป็นสไตล์ Butcher เพราะจะไม่เหมือนร้านอื่นๆที่เราไปนั่งที่โต๊ะและดูเมนู ร้านนี้เขาจะให้เราไปที่ตู้แช่เนื้อเลย แล้วเราก็จิ้มได้เลย อยากได้ส่วนไหน อยากได้ตรงไหนของเนื้อแล้วแต่ชอบ และเชฟอาร์โนด์ก็จะเป็นคนแล่เนื้อให้เราเห็นกันจะๆสดๆเลยทีเดียว จากนั้นเราก็สามารถมานั่งรอทานเนื้อสเต็กชิ้นโตของเราได้ที่โต๊ะ ซึ่งตกแต่งได้ชิวมากๆ ร้านจะมีสไตล์คล้ายๆอยู่ย้าน Countryside ของฝรั่งเศส คืออยู่ในร้านแล้วไม่รู้สึกเหมือนอยู่กรุงเทพ พูดอย่างนี้แล้วอยากลองไปทานกันไหมละ อะไรที่ทำให้ร้านแน่นมาก จนคนต้องจองคิวกันเป็นเดือนๆ วันนี้เราได้มาสัมภาษณ์เชฟอาร์โนด์ ตรงๆ ถึงเคล็ดลับที่ทำให้ร้านเนื้อเล็กๆ กลายเป็นร้านที่ทุกคนพูดถึงและต้องยกนิ้วให้ถึงความอร่อย ไปรู้จักกับเชฟกันเลย!

เชฟอาโนด์ คาร์เร่

มาเริ่มกันที่ประวัติของเชฟกันก่อนละกัน เชฟอาโนด์ เกิดที่ฝรั่งเศส ซึ่งครอบครัวของเขาทำอาชีพเป็นคนค้าเนื้อและฟาร์มอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเชฟอาโนด์ได้ซึมซับกลยุทธ์ในการแล่เนื้อและคัดเนื้อมาตั้งแต่เด็กๆ ครอบครัวเขาทำธุรกิจนี้มานานแล้วตั้งแต่สมัยก่อนคุณตาคุณยายอีก เขาถือว่าเป็นรุ่นที่ 5 ของครอบครัว ซึ่งนี้ก็คือความได้เปรียบเพราะเชฟไม่เคยเรียนการทำอาหารจากที่ไหนเลย นอกจากซึมซับจากประสบการณ์ในการทำงานและช่วยเหลือจากที่บ้านทั้งหมด ตั้งแต่การคัดเนื้อ การเก็บเนื้อ การแล่เนื้อ จนไปถึงการทำอาหาร การหมักหรือการย่างเนื้อนั้นเอง เมนูบางตัวของเชฟได้ถูกสืบทอดกันมาหลายรุ่นมาก ซึ่งบางเมนูมีอายุถึง40-80ปี ถือว่าครบสูตรจริงๆ เพราะทุกๆขั้นตอนของอาหารแต่ละจานตั้งแต่เร่ิมต้นจนถึงปากเรา ผ่านการคัดสรรจากมือของเชฟเองทั้งหมด เชฟอาโนด์ได้กล่าวว่าเขาเรียนรู้ทุกอย่างมาจากพ่อของเขา “Learn from the best” -Chef Arnold หลังจากนั้นเชฟอาโนด์ได้เดินทางไปอเมริกา เปิดร้านที่สร้างชื่อเสียงให้กับเขา “The French Butcher” โด่งดังมากที่มหานครนิวยอร์ก และจากนั้นเขาก็ตัดสินใจมาประเทศไทย เชฟอาโนด์ บอกว่าเขาชอบประเทศไทย สงบ ปลอดภัย ผู้คนอัธยาศัยดีมาก

กว่าจะมาเป็นสเต็กที่ร้าน Arno’s Butcher and Eatery

ว่าแล้วก็มาดูกันว่าสเต็กจานหนึ่งกว่าจะได้ทานที่ร้าน Arno มีที่มาที่ไปเป็นอย่างไร เริ่มแรกเชฟบอกเลยว่าเนื้อที่อร่อย มีปัจจัยอยู่ไม่กี่อย่าง แน่นอนอยู่แล้วว่า เนื้อต้องดี มีคุณภาพ เพราะฉะนั้นเชฟอาโนด์จะเป็นคนเลือกเนื้อมาเองทั้งหมด ปัจจัยต่อมาคือการ Dry age หรือการนำเนื้อไปแช่เย็น เพื่อให้เนื้อนั้นนุ่มอร่อยขึ้น เชฟอาโนด์ลงทุนสร้างห้องเก็บเนื้อของเขาเอง ซึ่งนี้ก็เป็นจุดสำคัญเพราะอุณหภูมิต้องคงที่และเวลาต้องได้ เชฟอาโนด์รักและหวงห้องนี้มาก เชฟบอกว่าโดยส่วนใหญ่จะใช้เวลาแช่ไว้ถึง45วัน แต่ถ้าเขาเห็นว่าชิ้นไหนมีความพิเศษและหายาก เขาจะต้องแช่ถึง 70วันเพื่อเพิ่มความอร่อยและพิเศษมากขึ้น ปัจจัยที่สำคัญมากๆต่อมาคือ การแล่เนื้อซึ่งต้องแล่โดย Butcher ที่มีความชํานาญซึ่งก็คือเชฟอาโนด์นั้นเอง เขาบอกว่าทุกคนอาจจะเห็นเขาแล่แล้วดูง่ายๆ แต่กว่าจะทำได้ขนาดนี้ต้องฝึกมาหลายต่อหลายปี เพราะถ้าแล่ผิดเนื้อชิ้นนั้นก็เสียไปเลย จากนั้นก็นำไปย่างบนไฟร้อนๆ ออกมาเป็นแบบ rare สุกด้านนอกกำลังพอดี หั่นง่าย เนื้อนุ่มลิ้น ปัจจัยสุดท้ายและเป็นปัจจัยที่เชฟบอกว่าขาดไม่ได้ และถือว่าเป็นเคล็ดลับสุดยอดของเขา ก็คือ เกลือและพริกไทย แค่เครื่องปรุงสองอย่างที่ทำให้รสชาติอาหารเปลี่ยนไปมาก เชฟบอกต้องเลือกเกลือกับพริกไทยที่มีคุณภาพ แค่นั้นพอ ไม่ต้องหมักหรือใส่ซอสอะไรเยอะจะเสียรสชาติของเนื้อไปปล่าวๆ หืม ฟังดูแล้วไม่ใช้ง่ายๆเลย กว่าจะทำได้ขนาดนี้  ต้องอาศัยความชํานาญ ถือว่าเป็นศิลปะแขนงหนึ่งเลยก็ว่าได้ คือต้องลองไปดูเชฟอาโนด์เขาแล่เองจริงๆถึงจะรู้ ตอนนี้อยากลองทานขึ้นมาทันทีเลยถามเชฟอาโนด์ให้แนะนำเมนูเด็ดๆของร้านมาหน่อย เชฟอาโนด์ก็บอกเลยอร่อยหมดทุกอย่าง แต่ที่ไม่ควรพลาดและต้องลองคือ Rib-eye, T-Bone หรือจะเป็น Tenderloin ก็ใช่ย่อย

arno'sbutcherandeatery

จากร้านเล็กๆกลายมาเป็นร้าน Talk of the town

เนื่องจากความสำเร็จและชื่อเสียงที่โด่งดังของร้าน Arno ที่ทำโต๊ะเต็มทุกวันจนต้องจองกันก่อนล่วงหน้า เราเลยอยากถามความรู้สึกของเชฟอาโนด์ว่า เขารู้สึกอย่างไร มีแผนจะทำอะไรรึป่าว เชฟอาโนด์บอกตรงๆว่า เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะมาได้ถึงจุดนี้ได้ จากเริ่มแรก เขาเปิดร้านเพราะอยากจะทำเป็นร้านขายเนื้อเฉยๆกับเพื่อนซึ่งเป็นหุ้นส่วนกัน ซึ่งก็คือ คุณ”ปุ๊ก-ศุภนิจ จัยวัฒน์” และมีโต๊ะเพียงหกโต๊ะเผื่อลูกค้าอยากจะลองชิมก่อน (ซึ่งตอนนี้ก็ยังสามารถซื้อเนื้อกลับบ้านได้ สำหรับใครมาทานแล้วอยากนำความอร่อยจุใจกลับไปทำต่อที่บ้านเอง) จนตอนนี้กลายเป็นร้านอาหารเต็มตัว ถึงกับต้องปรึกษาคุณปุ๊ก และตกลงสร้างห้องเพิ่มและทำที่จอดรถเพื่อลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้นทุกๆวัน เชฟอาโนด์กล่าวว่า ร้านArno เหมือนลูกเขา ตอนนี้เขาก็ต้องดูแล เหมือนเด็กค่อยๆคลาน แล้วเดิน จากนั้นก็วิ่งได้ด้วยตัวของเขาเอง เขาคิดว่าร้านArno กำลังเดินได้คล่อง และเตรียมพร้อมที่จะวิ่ง เพราะก่อนหน้านี้ก็มีหลายๆสิ่งที่ยังไม่พร้อม เช่นการบริการ พนักงาน แต่ตอนนี้ร้านเขามั่นใจแล้วว่าพร้อม เพราะเชฟอาโนด์เรียนรู้จากประสบการณ์ที่ผ่านๆมาและนำมาพัฒนาร้าน Arno ให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้จะเป็นงานที่หนัก แต่เชฟอาโนด์ก็ไม่ท้อ เชฟอาโนด์ได้กล่าวไว้ว่า “Much more work but much more fun” -Chef Arnold ซึ่งเป็นคำที่ดีมากๆ บ่งบอกว่าการทำร้านอาหารเป็นสิ่งที่เชฟอาโนด์ชอบและทำด้วยความหลงใหลจริงๆ

คนไม่ทานเนื้อจะทำยังไง?

ไม่ต้องห่วงสำหรับคนที่ไม่ชอบทานเนื้อเลย เพราะถ้าArnoมีดีนอกจากเนื้ออีก เชฟอาโนด์กล่าวว่าเขาอยากจะเพิ่มเมนูอาหารมากขึ้นเพื่อลูกค้าที่ไม่ชอบทานเนื้อ แต่เพื่อนหรือแฟนดันชอบเนื้อ มาร้านนี้จะได้ไม่เสียเที่ยวได้ทานอาหารดีดีเมนูอื่นที่ไม่ใช่เนื้อ ซึ่งเมนูหลายอย่างที่ไม่ใช่เนื้อเช่น มันบด ผักโขมอบ พาสต้า แต่ที่เชฟอาโนด์คิดว่าเมนูที่จะทำให้เป็นจุดเด่นของร้านอีกอย่างก็คืออาหารทะเล ตอนนี้มีเมนูปลาแซลมอนที่เชฟอาโนด์ก็เป็นคนเลือกมาเองอีกเช่นกัน รวมถึงเมนูอาหารทะเลอื่นๆเชฟอาโนด์สรรหามาให้อย่างเช่น ปู กุ้ง หอย หรือวันไหนโชคดีเชฟอาโนด์ไปเจอวัตุดิบหาอยาก ก็จะได้เป็นเมนูพิเศษของวันนั้นไปเลย

Arno'sbutcherandeatery

จองยังไง ทำอย่างไรถึงจะได้ไปทาน?

เนื่องจากพื้นที่ของร้านไม่ได้รองรับคนเป็นจำนวนมาก จึงต้องจองร้านกันก่อนเป็นอาทิตย์ ช่วงพีคๆของเดือนต้องจองกันก่อนเป็นเดือนเลยก็มีมาแล้ว เชฟอาโนด์กล่าวไว้ว่า เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมานี้เอง ร้านเราทำลายสติๆมีคนเข้าร้านเยอะที่สุดในวันวันธรรมดาที่ไม่ใช่วันเสาร์หรือวันอาทิตย์ตั้งแต่เปิดร้านมา ซึ่งควรจองก่อนมาทานทุกครั้งโดยเชฟอาโนด์แนะนำให้จองผ่าน App Hungry Hub เพราะจะสะดวกทั้งคนจอง และพนักงานที่ร้าน เพราะในApp สามารถกดจองได้เลย และรู้ทันทีว่าจองได้ไหม หรือเวลาที่สามารถจองได้ถัดไปคือวันไหน จะสะดวกมากและเร็วกว่าการโทรมาจองที่ร้านเยอะ อีกทั้งยังมีการConfirm ผ่าน App และ sms ทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าการจองไม่ตกหล่น และมีโต๊ะว่างแน่นอน

HungryHub_booknow